Odoo Order Upsell คืออะไร? เพิ่มยอดขายในธุรกิจการผลิตด้วย MDERP

ธุรกิจการผลิตไม่ได้มีโอกาสสร้างรายได้เฉพาะจากการหาลูกค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มยอดขายจากลูกค้าเดิมได้จากการเสนอสินค้าเกรดสูงขึ้น เพิ่มจำนวนการสั่งผลิต เพิ่มบริการพิเศษ หรือเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้งานของลูกค้ามากกว่าเดิม
Odoo Order Upsell คือแนวทางการขายเพิ่มจากใบเสนอราคา คำสั่งขาย หรือความต้องการเดิมของลูกค้า โดยทีมขายสามารถเสนอรายการที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือเพิ่มสินค้าและบริการที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์มากขึ้น
เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับ MDERP ธุรกิจสามารถเชื่อมโยงกระบวนการขายเพิ่มเข้ากับงานขาย การวางแผนการผลิต การจัดซื้อ วัตถุดิบ สต็อกสินค้า การควบคุมคุณภาพ การส่งมอบ และบัญชี ช่วยให้ข้อมูลจากฝ่ายขายส่งต่อไปยังฝ่ายผลิตได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
Odoo Order Upsell คืออะไร?
Order Upsell หมายถึงการเสนอขายสินค้า บริการ หรือเงื่อนไขเพิ่มเติม ที่มีมูลค่าสูงขึ้นจากความต้องการเดิมของลูกค้า โดยข้อเสนอที่เพิ่มขึ้นควรช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มราคาขายโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
ในธุรกิจการผลิต การ Upsell อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขั้นตอนรับความต้องการ การจัดทำใบเสนอราคา การกำหนดรายละเอียดสินค้า ไปจนถึงก่อนยืนยันคำสั่งผลิต เช่น ลูกค้าต้องการวัสดุที่มีคุณภาพสูงขึ้น บรรจุภัณฑ์พิเศษ การตรวจสอบคุณภาพเพิ่มเติม หรือระยะเวลาส่งมอบที่รวดเร็วขึ้น
เมื่อข้อมูลการขายเพิ่มถูกบันทึกไว้ในระบบเดียวกัน ฝ่ายขายสามารถส่งรายละเอียดที่ถูกต้องไปยังฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายบัญชี ลดความเสี่ยงจากการสื่อสารผ่านข้อความหรือเอกสารที่แยกออกจากกัน
ตัวอย่าง Order Upsell ในธุรกิจการผลิต
| ความต้องการเดิมของลูกค้า | ข้อเสนอ Upsell | ประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ |
|---|---|---|
| สั่งผลิตสินค้ารุ่นมาตรฐาน | เสนอรุ่นที่ใช้วัสดุแข็งแรงหรือมีอายุการใช้งานสูงขึ้น | ลดการชำรุดและลดต้นทุนการเปลี่ยนสินค้าในระยะยาว |
| สั่งผลิตจำนวน 1,000 ชิ้น | เสนอจำนวน 1,500 หรือ 2,000 ชิ้นพร้อมราคาต่อหน่วยที่เหมาะสม | ลดความเสี่ยงจากสินค้าขาดและลดต้นทุนการสั่งผลิตหลายครั้ง |
| ใช้บรรจุภัณฑ์ทั่วไป | เพิ่มบรรจุภัณฑ์เฉพาะแบรนด์หรือบรรจุภัณฑ์ป้องกันความเสียหาย | เพิ่มภาพลักษณ์สินค้าและลดความเสียหายระหว่างขนส่ง |
| ตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานปกติ | เพิ่มการตรวจสอบคุณภาพรายล็อตหรือออกเอกสารรับรองเพิ่มเติม | เพิ่มความมั่นใจและรองรับข้อกำหนดของลูกค้าปลายทาง |
| กำหนดส่งตามรอบผลิตปกติ | เพิ่มบริการเร่งผลิตหรือจัดส่งแบบเร่งด่วน | ช่วยให้ลูกค้ารักษากำหนดส่งมอบของตนเอง |
| สั่งซื้อสินค้าหลักเพียงรายการเดียว | เพิ่มอะไหล่ ชิ้นส่วนสำรอง อุปกรณ์ติดตั้ง หรือชุดบำรุงรักษา | ลดความเสี่ยงจากการหยุดใช้งานเมื่อชิ้นส่วนชำรุด |
| ผลิตตามแบบมาตรฐานของโรงงาน | เพิ่มบริการออกแบบ ปรับแบบ หรือผลิตตามข้อกำหนดเฉพาะ | ได้สินค้าที่ตรงกับลักษณะการใช้งานมากขึ้น |
| รับสินค้า ณ โรงงาน | เพิ่มบริการขนส่ง ติดตั้ง หรือส่งมอบถึงหน้างาน | ลดภาระการจัดการขนส่งและประสานงานของลูกค้า |
ประโยชน์ของ Order Upsell ต่อธุรกิจการผลิต
1. เพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งขาย
การเสนอสินค้าที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น บริการเพิ่มเติม หรือจำนวนการผลิตที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ช่วยเพิ่มมูลค่าของคำสั่งขายโดยไม่ต้องเริ่มหาลูกค้าใหม่ทุกครั้ง
2. ใช้กำลังการผลิตได้คุ้มค่ามากขึ้น
การเพิ่มจำนวนการสั่งผลิตในล็อตเดียวอาจช่วยลดเวลาเตรียมเครื่องจักร ลดการเปลี่ยนสายการผลิต และลดต้นทุนต่อหน่วย โรงงานจึงสามารถใช้เครื่องจักร แรงงาน และวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ช่วยให้ลูกค้าเลือกสินค้าที่เหมาะกับการใช้งาน
ลูกค้าบางรายอาจเลือกสินค้าโดยพิจารณาเฉพาะราคาขั้นต้น แต่ไม่ทราบว่าวัสดุ รุ่น หรือคุณสมบัติใดเหมาะกับการใช้งานจริง ทีมขายสามารถใช้ข้อมูลสินค้าและความรู้ด้านการผลิต เพื่อเสนอทางเลือกที่ลดต้นทุนระยะยาวให้กับลูกค้า
4. ลดความผิดพลาดระหว่างฝ่ายขายและฝ่ายผลิต
เมื่อรายการ Upsell ถูกบันทึกลงในใบเสนอราคาและคำสั่งขายอย่างชัดเจน ข้อมูลเรื่องวัสดุ ขนาด สี บรรจุภัณฑ์ มาตรฐานคุณภาพ และกำหนดส่งสามารถส่งต่อไปยังฝ่ายผลิตได้อย่างเป็นระบบ
5. เพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการเสริม
ธุรกิจการผลิตอาจมีรายได้จากบริการอื่นนอกเหนือจากตัวสินค้า เช่น การออกแบบ การติดตั้ง การตรวจสอบคุณภาพ การขนส่ง อะไหล่ การบำรุงรักษา หรือการอบรมการใช้งาน ซึ่งสามารถนำเสนอร่วมกับสินค้าหลักได้
6. เพิ่มความแม่นยำในการคำนวณต้นทุนและกำไร
ระบบสามารถนำข้อมูลสินค้า วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้เครื่องจักร ค่าใช้จ่ายการผลิต และบริการเพิ่มเติมมาประกอบการคำนวณราคา ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสนอราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนจริง
7. สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
การ Upsell ที่ดีควรเกิดจากความเข้าใจปัญหาของลูกค้า หากข้อเสนอช่วยลดของเสีย ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ หรือช่วยให้ส่งมอบสินค้าได้ทันเวลา ลูกค้าจะมองเห็นคุณค่าของผู้ผลิตมากกว่าการเปรียบเทียบเฉพาะราคา
ตัวอย่างการคำนวณมูลค่าการขายเพิ่ม
โรงงานได้รับคำสั่งซื้อสินค้ารุ่นมาตรฐานจำนวน 1,000 ชิ้น ราคาขายชิ้นละ 100 บาท และเสนอเพิ่มบรรจุภัณฑ์เฉพาะแบรนด์ ชิ้นละ 8 บาท พร้อมบริการตรวจสอบคุณภาพเพิ่มเติม 5,000 บาท
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| สินค้าหลัก | 1,000 × 100 บาท | 100,000 บาท |
| บรรจุภัณฑ์เฉพาะแบรนด์ | 1,000 × 8 บาท | 8,000 บาท |
| บริการตรวจสอบคุณภาพเพิ่มเติม | เหมาจ่าย | 5,000 บาท |
| มูลค่าคำสั่งขายหลัง Upsell | 100,000 + 8,000 + 5,000 | 113,000 บาท |
| รายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก Upsell | 113,000 - 100,000 | 13,000 บาท |
ก่อนเสนอขายเพิ่ม ธุรกิจควรตรวจสอบต้นทุนวัสดุ ค่าแรง ค่าใช้เครื่องจักร ค่าใช้จ่ายการผลิต และกำลังการผลิตที่เหลืออยู่ เพื่อให้ข้อเสนอสร้างกำไรและไม่กระทบต่อคำสั่งผลิตอื่น
ขั้นตอนการทำงานของ Order Upsell ในธุรกิจการผลิต
- รับความต้องการจากลูกค้า ระบุชนิดสินค้า จำนวน ขนาด วัสดุ มาตรฐาน และกำหนดส่ง
- ตรวจสอบสินค้าและทางเลือกเพิ่มเติม ทีมขายตรวจสอบว่ามีรุ่น วัสดุ บริการ หรือจำนวนการผลิตใดที่เหมาะสมกว่า
- ตรวจสอบต้นทุนและความพร้อมในการผลิต ประเมินวัตถุดิบ เครื่องจักร กำลังคน ระยะเวลาผลิต และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำใบเสนอราคา แสดงรายการหลักและรายการ Upsell แยกอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจคุณสมบัติและประโยชน์ของแต่ละทางเลือก
- ยืนยันรายละเอียดสินค้า ตรวจสอบแบบ สเปก วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ จุดตรวจสอบคุณภาพ และกำหนดส่ง
- ยืนยันคำสั่งขาย ส่งข้อมูลไปยังการวางแผนผลิต การจัดซื้อ และการจัดเตรียมวัตถุดิบ
- ผลิตและควบคุมคุณภาพ ดำเนินการตามรายละเอียดที่ได้รับการยืนยันจากลูกค้า
- ส่งมอบและออกเอกสารทางการเงิน เชื่อมโยงข้อมูลการส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ และการรับชำระเงิน
Order Upsell และ Cross-sell ต่างกันอย่างไร?
| รูปแบบการขาย | ความหมาย | ตัวอย่างในโรงงาน |
|---|---|---|
| Upsell | เสนอสินค้าหรือเงื่อนไขที่มีมูลค่าสูงขึ้นจากรายการเดิม | เปลี่ยนจากวัสดุมาตรฐานเป็นวัสดุเกรดพิเศษ |
| Cross-sell | เสนอสินค้าหรือบริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหลัก | เพิ่มอะไหล่ อุปกรณ์ติดตั้ง หรือบริการขนส่ง |
| Repeat Order | ลูกค้าสั่งซื้อสินค้ารายการเดิมซ้ำ | สั่งผลิตสินค้าแบบเดิมเพิ่มอีก 1,000 ชิ้น |
| Downsell | เสนอทางเลือกที่มีราคาหรือคุณสมบัติลดลงเพื่อให้เหมาะกับงบประมาณ | เปลี่ยนวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุน |
เชื่อมโยง Order Upsell กับ MDERP สำหรับธุรกิจการผลิต
MDERP เป็นระบบบริหารจัดการธุรกิจที่พัฒนาต่อยอดจาก Odoo Community Edition โดยสามารถนำมาวางกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับธุรกิจการผลิต ตั้งแต่การขายไปจนถึงการผลิตและการส่งมอบ
เชื่อมโยงกับระบบ CRM
ฝ่ายขายสามารถจัดเก็บประวัติลูกค้า ความต้องการเดิม ประเภทสินค้าที่สนใจ และโอกาสในการขาย ช่วยให้การเสนอ Upsell มีข้อมูลประกอบมากกว่าการคาดเดา
เชื่อมโยงกับใบเสนอราคาและคำสั่งขาย
สามารถกำหนดสินค้า จำนวน หน่วยนับ ราคา ส่วนลด ภาษี กำหนดส่ง และเงื่อนไขทางการค้าได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงแยกรายการสินค้าและบริการเพิ่มเติมให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจน
เชื่อมโยงกับสูตรการผลิต
เมื่อมีการเปลี่ยนรุ่น วัสดุ หรือบรรจุภัณฑ์ ระบบสามารถเชื่อมโยงกับสูตรการผลิตหรือรายการวัตถุดิบ เพื่อให้ฝ่ายผลิตทราบวัตถุดิบและขั้นตอนที่ต้องใช้
เชื่อมโยงกับการวางแผนการผลิต
ระบบช่วยให้ฝ่ายวางแผนตรวจสอบกำลังการผลิต ระยะเวลาทำงาน เครื่องจักร และกำหนดส่ง ก่อนรับคำสั่งขายที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม
เชื่อมโยงกับระบบจัดซื้อ
หากรายการ Upsell ต้องใช้วัสดุพิเศษหรือวัตถุดิบเพิ่ม ระบบสามารถช่วยตรวจสอบปริมาณคงเหลือและสร้างความต้องการจัดซื้อ ลดความเสี่ยงจากการรับคำสั่งผลิตโดยไม่มีวัตถุดิบรองรับ
เชื่อมโยงกับคลังสินค้า
ตรวจสอบวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป และการจองสินค้าให้กับคำสั่งขาย ช่วยให้ทีมขายทราบสถานะที่เกี่ยวข้องก่อนยืนยันวันส่งมอบ
เชื่อมโยงกับระบบควบคุมคุณภาพ
หากลูกค้าซื้อบริการตรวจสอบเพิ่มเติม สามารถกำหนดจุดตรวจสอบ มาตรฐาน ตัวอย่างการทดสอบ และผลการตรวจคุณภาพให้สัมพันธ์กับคำสั่งผลิตได้
เชื่อมโยงกับต้นทุนการผลิต
สามารถนำต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้เครื่องจักร และค่าใช้จ่ายการผลิตมาประกอบการวิเคราะห์ราคาขาย ช่วยให้ทีมขายเสนอราคาโดยคำนึงถึงกำไรขั้นต้น
เชื่อมโยงกับบัญชีและการออกใบแจ้งหนี้
หลังส่งมอบสินค้า ข้อมูลจากคำสั่งขายสามารถส่งต่อไปยังการออกใบแจ้งหนี้ การบันทึกรายได้ ลูกหนี้ และการรับชำระเงิน ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำระหว่างฝ่ายขายและฝ่ายบัญชี
รองรับหลายบริษัท หลายสาขา และหลายโรงงาน
ธุรกิจที่มีหลายโรงงาน หลายคลังสินค้า หรือหลายบริษัท สามารถออกแบบสิทธิ์และเส้นทางการทำงานให้เหมาะกับแต่ละหน่วยงาน พร้อมรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์ในระดับผู้บริหาร
ตัวอย่างกรณีใช้งาน Order Upsell ในโรงงาน
กรณีที่ 1: เพิ่มเกรดวัตถุดิบ
ลูกค้าต้องการผลิตชิ้นส่วนสำหรับใช้งานทั่วไป แต่ฝ่ายขายพบว่าสินค้าจะถูกใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง จึงเสนอวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนมากขึ้น
ระบบสามารถบันทึกรุ่นสินค้า วัตถุดิบ สูตรการผลิต ต้นทุน และราคาขายใหม่ให้สัมพันธ์กัน ลดความเสี่ยงจากการใช้วัสดุผิดประเภท
กรณีที่ 2: เพิ่มจำนวนการผลิตต่อรอบ
ลูกค้าต้องการสั่งผลิต 500 ชิ้นทุกเดือน โรงงานอาจวิเคราะห์ว่าการผลิต 1,500 ชิ้นต่อรอบ ช่วยลดเวลาเตรียมเครื่องจักรและลดต้นทุนต่อหน่วย
ฝ่ายขายสามารถเสนอเงื่อนไขราคาตามจำนวน ขณะที่ฝ่ายผลิตตรวจสอบกำลังการผลิตและพื้นที่จัดเก็บก่อนยืนยันข้อเสนอ
กรณีที่ 3: เพิ่มบรรจุภัณฑ์เฉพาะแบรนด์
ลูกค้าสั่งผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายต่อ โรงงานสามารถเสนอการพิมพ์โลโก้ ฉลาก บาร์โค้ด คู่มือ และบรรจุภัณฑ์เฉพาะแบรนด์
รายละเอียดเหล่านี้สามารถกำหนดเป็นสินค้า บริการ หรือขั้นตอนเพิ่มเติมในกระบวนการผลิตได้
กรณีที่ 4: เพิ่มการตรวจสอบคุณภาพ
ลูกค้าต้องการสินค้าสำหรับส่งต่อให้บริษัทขนาดใหญ่ จึงอาจต้องการรายงานตรวจสอบคุณภาพ การสุ่มตรวจเพิ่มเติม หรือใบรับรองผลการทดสอบ
MDERP สามารถเชื่อมโยงแผนการตรวจคุณภาพ ผลการตรวจ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับล็อตการผลิต
กรณีที่ 5: เพิ่มบริการติดตั้งและหลังการขาย
โรงงานที่ผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนขนาดใหญ่ สามารถเสนอการขนส่ง ติดตั้ง ทดสอบหน้างาน อบรม และบำรุงรักษาเพิ่มเติม
ข้อมูลบริการสามารถเชื่อมโยงกับคำสั่งขาย กำหนดการส่งมอบ และทีมที่รับผิดชอบได้
ข้อมูลที่ควรใช้วิเคราะห์โอกาส Upsell
- ประวัติการสั่งซื้อของลูกค้า
- จำนวนสินค้าที่ลูกค้าใช้ต่อเดือนหรือต่อปี
- ประเภทงานและสภาพแวดล้อมที่ลูกค้านำสินค้าไปใช้
- อัตราสินค้าชำรุดหรือข้อร้องเรียนย้อนหลัง
- ความถี่ในการสั่งอะไหล่หรือสินค้าทดแทน
- เงื่อนไขการจัดส่งและกำหนดเวลาที่ลูกค้าต้องการ
- กำลังการผลิตและกำลังเครื่องจักรที่เหลืออยู่
- ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
- สินค้าหรือบริการเสริมที่ลูกค้ากลุ่มเดียวกันนิยมซื้อ
- กำไรขั้นต้นของสินค้าแต่ละรุ่นหรือแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์
เมื่อทีมขายเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ จะสามารถนำเสนอสินค้าที่เหมาะกับลูกค้าและสร้างกำไรให้กับธุรกิจ โดยไม่เสนอรายการที่เกินความจำเป็นหรือโรงงานไม่สามารถผลิตได้ทัน
ข้อดีของการเชื่อมโยงข้อมูลทุกแผนกไว้ในระบบเดียว
หากฝ่ายขายใช้ Spreadsheet จัดทำใบเสนอราคา ฝ่ายผลิตใช้เอกสารอีกชุด และฝ่ายบัญชีต้องนำข้อมูลไปกรอกใหม่ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดด้านสเปก ราคา จำนวน วัตถุดิบ และกำหนดส่ง
การใช้ MDERP ช่วยให้ข้อมูลตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า ใบเสนอราคา คำสั่งขาย แผนการผลิต วัตถุดิบ การตรวจสอบคุณภาพ การส่งมอบ และเอกสารทางบัญชี สามารถเชื่อมโยงกันได้
- ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำระหว่างฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต และบัญชี
- ลดความผิดพลาดเรื่องรุ่นสินค้า วัสดุ และจำนวน
- ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อและคำสั่งผลิตได้ง่ายขึ้น
- ช่วยให้ฝ่ายขายตรวจสอบความพร้อมก่อนรับกำหนดส่ง
- วิเคราะห์ต้นทุนและกำไรของรายการ Upsell ได้
- ติดตามประวัติการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสินค้าได้
- นำข้อมูลไปวางแผนกำลังการผลิตและการจัดซื้อได้ดีขึ้น
แนวทางเริ่มต้นใช้งาน Order Upsell กับ MDERP
- วิเคราะห์กลุ่มสินค้า แยกสินค้ามาตรฐาน สินค้าเกรดสูง สินค้าสั่งผลิต และบริการเสริมที่สามารถนำเสนอเพิ่มเติมได้
- กำหนดเงื่อนไขการขายเพิ่ม เช่น จำนวนขั้นต่ำ ส่วนลดตามจำนวน วัสดุพิเศษ ระยะเวลาผลิต และค่าบริการเร่งด่วน
- จัดทำข้อมูลสินค้าและต้นทุน กำหนดสินค้า วัตถุดิบ สูตรการผลิต หน่วยนับ ราคา และต้นทุนให้ครบถ้วน
- เชื่อมโยงฝ่ายขายกับฝ่ายผลิต กำหนดว่าข้อมูลใดต้องได้รับการตรวจสอบ ก่อนยืนยันราคาและกำหนดส่งให้ลูกค้า
- กำหนดขั้นตอนอนุมัติ เช่น การอนุมัติส่วนลด ราคาพิเศษ วัตถุดิบนอกมาตรฐาน หรือการผลิตแบบเร่งด่วน
- กำหนดขั้นตอนควบคุมคุณภาพ หากมีการขายบริการตรวจสอบหรือมาตรฐานเพิ่มเติม
- ทดสอบด้วยกรณีใช้งานจริง เช่น เปลี่ยนวัสดุ เพิ่มจำนวน เพิ่มบรรจุภัณฑ์ และเพิ่มบริการขนส่ง
- อบรมทีมขายและทีมผลิต เพื่อให้เข้าใจข้อมูลที่ต้องระบุ และลดความคลาดเคลื่อนระหว่างใบเสนอราคากับการผลิตจริง
ทำไมธุรกิจการผลิตควรเลือก MDSoft และ MDERP?
ระบบ ERP สำหรับโรงงานต้องรองรับมากกว่าการออกใบเสนอราคา เพราะข้อมูลจากฝ่ายขายมีผลโดยตรงต่อวัตถุดิบ เครื่องจักร แรงงาน ต้นทุน คุณภาพ และกำหนดส่ง
บริษัท เอ็ม.ดี.ซอฟต์ จำกัด ให้บริการวิเคราะห์ ออกแบบ ติดตั้ง และพัฒนาระบบ Odoo และ MDERP ให้เหมาะกับกระบวนการของธุรกิจแต่ละประเภท
- วิเคราะห์กระบวนการขายและการผลิต
- ออกแบบ Workflow ระหว่างฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต และบัญชี
- ตั้งค่าระบบสินค้า วัตถุดิบ และสูตรการผลิต
- พัฒนาระบบวางแผนการผลิตและควบคุมงานระหว่างผลิต
- เชื่อมโยงระบบจัดซื้อ คลังสินค้า และการส่งมอบ
- พัฒนาระบบควบคุมคุณภาพตามความต้องการ
- จัดทำรายงานต้นทุนการผลิตและวิเคราะห์กำไร
- รองรับหลายบริษัท หลายสาขา และหลายโรงงาน
- นำเข้าข้อมูลจากระบบเดิม
- อบรมผู้ใช้งานและให้บริการดูแลหลังการติดตั้ง
เพิ่มยอดขายจากลูกค้าเดิม พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลถึงฝ่ายผลิต
หากธุรกิจของคุณมีสินค้าหลายรุ่น หลายเกรด มีบริการสั่งผลิต หรือสามารถเพิ่มสินค้าและบริการจากคำสั่งซื้อเดิมได้ การนำ Order Upsell มาใช้อย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มมูลค่าการขายและลดความผิดพลาดในการส่งข้อมูลเข้าฝ่ายผลิต
MDSoft พร้อมช่วยวิเคราะห์ว่าธุรกิจควรกำหนดสินค้า สูตรการผลิต การคิดต้นทุน ขั้นตอนอนุมัติ และการเชื่อมโยงกับ MDERP อย่างไร เพื่อให้ฝ่ายขายเสนอขายได้อย่างมั่นใจ ขณะที่ฝ่ายผลิตสามารถผลิตได้ตรงตามรายละเอียดและกำหนดส่ง
ติดต่อ MDSoft เพื่อรับคำปรึกษา| ดูรายละเอียดระบบ MDERP| ดูระบบ MDERP สำหรับธุรกิจการผลิตคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Upsell ในธุรกิจการผลิต
Order Upsell ใช้กับโรงงานประเภทใดได้บ้าง?
สามารถประยุกต์ใช้ได้กับโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วน อาหาร เครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และธุรกิจรับจ้างผลิตตามคำสั่ง
Order Upsell ต่างจากการเพิ่มสินค้าในใบเสนอราคาอย่างไร?
การเพิ่มสินค้าเป็นการทำงานในระบบ ส่วน Upsell เป็นแนวทางการขายที่เลือกเสนอรุ่น คุณสมบัติ จำนวน หรือบริการที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาจากประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
สามารถตรวจสอบกำลังการผลิตก่อนเสนอขายได้หรือไม่?
สามารถออกแบบกระบวนการให้ฝ่ายขายตรวจสอบข้อมูล หรือส่งให้ฝ่ายวางแผนการผลิตตรวจสอบเครื่องจักร วัตถุดิบ และกำหนดส่งก่อนยืนยันข้อเสนอได้
สามารถคำนวณต้นทุนของรายการ Upsell ได้หรือไม่?
สามารถนำต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้เครื่องจักร และค่าใช้จ่ายการผลิตมาประกอบการประเมินราคา ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเก็บต้นทุนและการตั้งค่าของธุรกิจ
หากลูกค้าเปลี่ยนวัสดุ ต้องแก้สูตรการผลิตหรือไม่?
สามารถกำหนดสูตรการผลิตหรือรุ่นสินค้าแยกตามวัสดุ เพื่อให้ระบบเลือกวัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตที่ถูกต้อง ลดการแก้ข้อมูลด้วยมือในแต่ละคำสั่งผลิต
สามารถเพิ่มบริการตรวจสอบคุณภาพในใบเสนอราคาได้หรือไม่?
สามารถกำหนดเป็นรายการบริการเพิ่มเติม และเชื่อมโยงกับขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพ รายงานผล หรือเอกสารรับรองตามขอบเขตที่ออกแบบไว้
MDSoft สามารถปรับระบบให้เหมาะกับโรงงานแต่ละประเภทได้หรือไม่?
สามารถวิเคราะห์สินค้า สูตรการผลิต เครื่องจักร ขั้นตอนคุณภาพ การวางแผน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดขอบเขตการตั้งค่าหรือพัฒนาเพิ่มเติมให้เหมาะกับธุรกิจ







