ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

Stock จมคือเงินทุนที่ผูกอยู่กับสินค้าส่วนเกินหรือสินค้าที่หมุนช้ากว่ารอบที่วางแผนไว้ บทความนี้อธิบายสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีลด Stock จมด้วยข้อมูลยอดขาย อายุสินค้า และแผนจัดซื้อ พร้อมแนวทางใช้ MDERP ช่วยรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ

Stock จมคืออะไร แสดงสินค้าค้างคลัง กล่อง Slow Moving และเงินทุนที่ผูกอยู่กับสต็อก
รู้สาเหตุของ Stock จม และใช้ข้อมูลสินค้าคงคลังวางแผนให้เงินทุนหมุนเวียนเหมาะสมขึ้น
ขายได้เรื่อย ๆ แต่ทำไมเงินในธุรกิจกลับไม่เหลือ? หนึ่งในสาเหตุที่ผู้ประกอบการอาจมองข้ามคือ เงินจมใน Stock เพราะเงินที่ธุรกิจใช้ซื้อสินค้าเข้ามา เมื่อสินค้ายังไม่ถูกขายออก เงินก้อนนั้นก็ยังคงอยู่ในรูปของสินค้าคงคลัง และยิ่งเก็บสินค้าไว้นานเท่าไร ก็ยิ่งมีต้นทุนและความเสี่ยงตามมา ทั้งค่าเก็บรักษา พื้นที่คลังสินค้า สินค้าเสื่อมสภาพ หรือตกรุ่น

ปัญหา stock จม จึงไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชิ้นต้องขายไม่ออก แต่หมายถึงการมีสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น หรือมีสินค้าบางกลุ่มหมุนเวียนช้าจนเงินทุนถูกผูกไว้กับสต็อกเป็นเวลานาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมก็ระบุว่าการมีสินค้าคงคลังจำนวนมากทำให้ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น และต้นทุนของสต็อกยังเกี่ยวข้องกับพื้นที่จัดเก็บ สินค้าล้าสมัย และสินค้าเสื่อมสภาพด้วย

ดังนั้น การรู้จัก สินค้าค้างสต๊อก, Slow Moving Stock และเงินจมใน Stock จึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหาร Inventory Management เพราะช่วยให้ธุรกิจมองเห็นว่าสินค้ากลุ่มใดกำลังใช้เงินทุนมากเกินไป และควรจัดการอย่างไรก่อนที่ปัญหาจะสะสมจนกระทบกระแสเงินสดของธุรกิจ

Stock จมคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

Stock จม หรือเงินทุนจมในสต็อก หมายถึงสถานการณ์ที่ธุรกิจนำเงินไปซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบเข้ามาแล้ว แต่สินค้าเหล่านั้นยังไม่สามารถขายหรือใช้งานได้ตามรอบที่วางแผนไว้ ทำให้เงินที่ควรจะหมุนกลับมาเป็นรายได้ยังคงอยู่ในรูปของสินค้าคงคลัง

ตัวอย่างง่าย ๆ คือ
ธุรกิจซื้อสินค้าเข้ามา 1,000 ชิ้น ใช้เงินลงทุน 500,000 บาท แต่สินค้าขายออกเพียง 200 ชิ้น และอีก 800 ชิ้นยังคงอยู่ในคลัง เงินส่วนหนึ่งจึงยังไม่ได้กลับเข้าสู่ธุรกิจ แม้ว่าบนกระดาษจะมองเห็นว่าสินค้าที่เหลือยังมีมูลค่าอยู่ก็ตาม

ปัญหาจะชัดเจนขึ้นเมื่อสินค้ากลุ่มนั้นขายช้าเป็นเวลานาน เพราะนอกจากเงินจะถูกผูกอยู่กับสินค้าแล้ว ธุรกิจยังต้องรับภาระต้นทุนในการถือครองสินค้า เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าแรงในการจัดเก็บและเคลื่อนย้าย รวมถึงความเสี่ยงจากสินค้าที่เสื่อมสภาพ ตกรุ่น หรือมีมูลค่าลดลง จึงควรมองว่า Stock จมไม่ได้วัดจากจำนวนสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าสินค้าเหล่านั้นหมุนเวียนกลับมาเป็นรายได้เร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินที่ธุรกิจลงทุนไป

สาเหตุที่ทำให้เกิดเงินจมใน Stock

ปัญหาเงินจมใน Stock สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนจัดซื้อ โดยเฉพาะการสั่งสินค้าในปริมาณมากเกินกว่าความต้องการจริง แม้การซื้อจำนวนมากอาจทำให้ได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลง แต่หากขายสินค้าออกไม่ทัน ส่วนต่างที่ประหยัดได้อาจไม่คุ้มกับต้นทุนการเก็บรักษาและเงินทุนที่ต้องจมอยู่กับสินค้าเป็นเวลานาน อีกสาเหตุหนึ่งคือ การคาดการณ์ยอดขายไม่ตรงกับความต้องการจริง เช่น คาดว่าสินค้าจะขายได้ 1,000 ชิ้นต่อเดือน จึงสั่งสินค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ยอดขายจริงกลับอยู่ที่เพียง 300–400 ชิ้นต่อเดือน สินค้าที่เหลือจึงสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากสินค้าตกรุ่น พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน สินค้าตามฤดูกาล หรือมีสินค้าในคลังหลายรุ่น หลายขนาด และหลาย SKU จนบางรายการมีความต้องการต่ำ หากไม่มีการติดตามข้อมูลการขายและการเคลื่อนไหวของสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ธุรกิจอาจรู้ตัวอีกครั้งเมื่อกลายเป็น สินค้าค้างสต๊อก จำนวนมากแล้ว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมแนะนำให้ธุรกิจติดตามข้อมูลสินค้าเข้า-ออกและยอดขาย เพื่อดูว่าสินค้ารายการใดขายดีหรือขายไม่ดี รวมถึงกำหนดปริมาณสต็อกให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ

สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าเริ่มมี Stock จม?

บางครั้งปัญหา Stock จมไม่ได้เห็นชัดจากยอดขายรวม เพราะธุรกิจอาจยังขายดีอยู่ แต่เมื่อแยกดูเป็นรายสินค้าอาจพบว่ามีบาง SKU ที่ขายออกช้ามากและมีสินค้าเหลือสะสมอยู่จำนวนมาก

สัญญาณที่ควรจับตามีหลายอย่าง เช่น
  • สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยอดขายไม่ได้เพิ่มตาม
  • สินค้าบางรายการไม่มีการขายหรือเบิกใช้งานเป็นเวลานาน
  • มีสินค้าคงคลังจำนวนมากเมื่อเทียบกับยอดขาย
  • สินค้าบาง SKU ใช้เวลานานกว่าจะขายหมด
  • มีการสั่งสินค้าใหม่ทั้งที่สินค้าเดิมยังเหลือจำนวนมาก
  • พื้นที่คลังสินค้าเต็ม แต่สินค้าที่ขายดีหรือจำเป็นกลับมีพื้นที่ไม่เพียงพอ
  • ต้องจัดโปรโมชั่นหรือลดราคาอยู่บ่อยครั้งเพื่อระบายสินค้าเก่า
โดยเฉพาะ สินค้าค้างสต๊อก ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ควรนำมาวิเคราะห์ทันที เพราะยิ่งเก็บไว้นาน ความเสี่ยงด้านมูลค่าสินค้าและต้นทุนในการถือครองก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น การวิเคราะห์ Stock Aging หรืออายุของสินค้าในคลังจึงช่วยให้เห็นว่าสินค้ารายการใดอยู่ในคลังนานเกินกว่าปกติ และควรได้รับการจัดการก่อนรายการอื่น

วิธีลด Stock จม และทำให้เงินกลับมาหมุนในธุรกิจ

การลด Stock จมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการนำสินค้าทั้งหมดมาลดราคา แต่ควรเริ่มจากการแยกประเภทสินค้าและหาสาเหตุว่า “ทำไมสินค้าถึงค้างอยู่ในคลัง” เพราะสินค้าแต่ละประเภทอาจต้องใช้วิธีจัดการแตกต่างกัน สำหรับสินค้าที่ขายช้าแต่ยังมีความต้องการ อาจใช้โปรโมชั่น การจัด Bundle หรือทำข้อเสนอร่วมกับสินค้าที่ขายดี เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการระบายสินค้าออก ขณะที่สินค้าที่มีปริมาณคงเหลือสูงจากการสั่งซื้อเกินความต้องการ อาจต้องปรับปริมาณการสั่งซื้อในรอบถัดไป และหลีกเลี่ยงการเติมสินค้าใหม่จนกว่าสต็อกเดิมจะลดลงถึงระดับที่เหมาะสม

อีกวิธีสำคัญคือการกำหนด Safety Stock และ Reorder Point ให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจ เพื่อไม่ให้สั่งสินค้าเร็วหรือมากเกินไป กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมยังแนะนำการใช้ข้อมูลการเบิกจ่ายและยอดขายในอดีต รวมถึงแนวคิด EOQ เพื่อช่วยวางแผนปริมาณการสั่งซื้อ และใช้ Reorder Point เป็นจุดเตือนสำหรับการสั่งซื้อรอบถัดไป

นอกจากนี้ควรมีการตรวจสอบสินค้าคงคลังเป็นประจำ เพื่อให้ข้อมูลในระบบตรงกับสินค้าที่มีอยู่จริง และสามารถมองเห็นได้ว่าสินค้ารายการใดเริ่มขายช้า รายการใดขายดี และรายการใดไม่มีการเคลื่อนไหว การใช้ระบบจัดการสต็อกหรือ ERP จึงช่วยให้การติดตามข้อมูลเหล่านี้เป็นระบบมากขึ้น

ใช้ข้อมูลช่วยป้องกันเงินจมใน Stock ตั้งแต่ต้น

การแก้ปัญหา Stock จมที่ดีไม่ใช่เพียงการหาวิธีระบายสินค้าที่ค้างอยู่ แต่ควรป้องกันไม่ให้เกิดสินค้าส่วนเกินตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ การวางแผนสต็อก และการคาดการณ์ยอดขาย ข้อมูลที่ควรติดตาม ได้แก่ ยอดขายย้อนหลัง จำนวนสินค้าคงเหลือ วันที่มีการเคลื่อนไหวล่าสุด ระยะเวลาที่สินค้าอยู่ในคลัง อัตราการหมุนเวียน และปริมาณการสั่งซื้อ เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ธุรกิจจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าสินค้ารายการใดขายดี สินค้ารายการใดเป็น Slow Moving และสินค้ารายการใดกำลังกลายเป็น Dead Stock

การบริหารสินค้าคงคลังจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่าง “มีสินค้าเพียงพอขาย” กับ “ไม่เก็บสินค้าเกินความจำเป็น” เพราะหากสต็อกน้อยเกินไปอาจเกิดสินค้าขาดและเสียโอกาสในการขาย แต่หากสต็อกมากเกินไปก็อาจทำให้เงินทุนหมุนเวียนถูกผูกอยู่กับสินค้าและเพิ่มต้นทุนการถือครอง สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าหลายร้อยหรือหลายพันรายการ การใช้ระบบ Inventory Management หรือ ERP สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลสินค้า การรับเข้า การขาย การเบิกจ่าย และยอดคงเหลือไว้ในระบบเดียว ทำให้สามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์และวางแผนจัดซื้อได้ง่ายขึ้น

Stock จมต่างจากสินค้าค้างสต๊อกอย่างไร?

คำว่า Stock จม และ สินค้าค้างสต๊อก มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งเดียวกันทั้งหมด สินค้าค้างสต๊อกมักใช้พูดถึงสินค้าที่อยู่ในคลังเป็นเวลานานและขายหรือเคลื่อนไหวออกได้ช้า ส่วน Stock จมจะเน้นไปที่มุมของ “เงินทุน” ที่ถูกผูกอยู่กับสินค้าคงคลัง หากสินค้าขายช้าและเก็บไว้นาน เงินที่ลงทุนไปก็ยังไม่สามารถหมุนกลับมาใช้ได้ตามรอบ

ดังนั้น สินค้าค้างสต๊อกจำนวนมากจึงสามารถเป็นสาเหตุสำคัญของ เงินจมใน Stock และหากปล่อยไว้นานโดยไม่จัดการ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพ ตกรุ่น หรือกลายเป็น Dead Stock ได้

สรุป

Stock จม ไม่ได้เกิดจากการมีสินค้าในคลังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเมื่อเงินทุนของธุรกิจถูกผูกไว้กับสินค้าที่ขายหรือหมุนเวียนออกช้ากว่าที่ควรจะเป็น ยิ่งมี สินค้าค้างสต๊อก จำนวนมากและเก็บไว้นาน ก็ยิ่งเพิ่มทั้งต้นทุนการถือครอง พื้นที่จัดเก็บ และความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพหรือตกรุ่น

ดังนั้น วิธีลด Stock จม ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลจริง ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย สต็อกคงเหลือ อายุสินค้า และอัตราการหมุนเวียน เพื่อนำมาใช้วางแผนจัดซื้อ กำหนดระดับสต็อก และจัดการสินค้าที่เริ่มเคลื่อนไหวช้าให้เร็วขึ้น เมื่อธุรกิจสามารถมองเห็นได้ว่า เงินจมใน Stock อยู่ตรงไหน สินค้ารายการใดขายช้า และสินค้าค้างสต๊อกเกิดจากอะไร ก็จะสามารถนำข้อมูลไปวางแผนการจัดซื้อและการบริหารคลังสินค้าได้แม่นยำขึ้น ช่วยให้เงินทุนหมุนกลับเข้าสู่ธุรกิจเร็วขึ้น และลดโอกาสที่สต็อกส่วนเกินจะสะสมจนกลายเป็นต้นทุนที่ธุรกิจต้องแบกรับในระยะยาว

ใช้ MDERP ช่วยวิเคราะห์และวางแผนลด Stock จม

สำหรับ MDSoft การนำข้อมูลคลังสินค้ามาใช้ควรเริ่มจากคำถามที่ธุรกิจต้องตัดสินใจ เช่น สินค้าใดควรชะลอซื้อ สินค้าใดควรโอนระหว่างคลัง และสินค้าใดควรเร่งวางแผนระบาย โดยใช้ข้อมูลจำนวนคงเหลือ อายุสินค้า ยอดขาย และมูลค่าต้นทุนร่วมกัน ไม่ตัดสินจากอายุสินค้าเพียงอย่างเดียว

ระบบ MDERP สำหรับธุรกิจไทยช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อ การขาย และสินค้าคงคลัง ส่วนรายงาน Stock Aging ใช้ติดตามสินค้าที่ค้างนาน และการวิเคราะห์ ABC ช่วยจัดลำดับความสำคัญตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้รูปแบบรายงาน การตั้งค่า และงานปรับแต่งควรประเมินให้ตรงกับขั้นตอนทำงานจริงของแต่ละกิจการ

ทีมงาน MDSoft Odoo Serviceให้บริการให้คำปรึกษา วางระบบ ปรับแต่ง อบรม และดูแล Odoo/MDERP โดยสามารถเริ่มจากการทบทวนข้อมูลสินค้า โครงสร้างคลัง และรายงานที่ต้องใช้ ก่อนกำหนดขอบเขตงานร่วมกัน

หากต้องการดูข้อมูล Stock Aging และการวางแผนสต็อกบน MDERP สามารถ ติดต่อ MDSoft เพื่อนัด Demo และประเมินความต้องการของธุรกิจ พร้อมศึกษาต่อเรื่อง Dead Stock และต้นทุนแฝง และ Stock Aging กับ Cash Flow

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Stock จม

สินค้าคงเหลือทั้งหมดถือเป็นเงินจมหรือไม่?

ไม่ใช่ สินค้าคงเหลือที่เหมาะกับรอบขายและระยะเวลาจัดหายังจำเป็นต่อธุรกิจ ควรพิจารณาสต็อกส่วนเกินหรือสินค้าที่หมุนช้ากว่าแผนเป็นรายรายการ แทนการถือว่าสต็อกทั้งหมดเป็นปัญหา

ควรใช้เกณฑ์กี่วันเพื่อตัดสินว่าเป็นสินค้าค้างสต๊อก?

ไม่มีเกณฑ์วันเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ต้องเทียบกับรอบขาย อายุสินค้า ฤดูกาล และระยะเวลาจัดหาของสินค้านั้น การแบ่ง 30, 60, 90 หรือ 180 วันเป็นกรอบวิเคราะห์ ไม่ใช่คำตัดสินว่าเป็น Dead Stock โดยอัตโนมัติ

มูลค่าสินค้าเหลือ 400,000 บาทเท่ากับขาดทุน 400,000 บาทหรือไม่?

ไม่ใช่ ในตัวอย่างที่ซื้อ 1,000 ชิ้นด้วยต้นทุนรวม 500,000 บาท หากต้นทุนเท่ากันชิ้นละ 500 บาท สินค้าเหลือ 800 ชิ้นจะมีต้นทุน 400,000 บาท ตัวเลขนี้แสดงต้นทุนที่ยังผูกอยู่กับสินค้าคงเหลือ ไม่ใช่ขาดทุนที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ใช่จำนวนเงินสดที่จะได้รับคืนแน่นอน

วิดีโอประกอบ: ใช้ Stock Aging ตรวจหาสินค้าค้าง

Stock Aging คืออะไร? วิเคราะห์อายุสินค้าคงเหลือ ลดปัญหาสต๊อกค้างและ Dead Stock - MDERP

Stock จมคืออะไร? สาเหตุและวิธีลดเงินทุนที่จมอยู่ในคลังสินค้า

อ้างอิง

การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) — กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม https://www.dip.go.th/th/news/category/ ... 3-10-39-13
การเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนและการควบคุมสินค้าคงคลัง — กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม https://dol.dip.go.th/th/category/2019- ... 6-13-40-35
What Is Inventory Management? — Oracle https://www.oracle.com/scm/inventory-ma ... anagement/