ERP ใช้ Server แรงแค่ไหน? เปรียบเทียบสเปกระหว่าง Odoo กับ SAP Business One สำหรับบริษัท 50 คน

- เปรียบเทียบสเปก Server ที่เหมาะสมระหว่าง Odoo กับ SAP
- จำนวนผู้ใช้มีผลต่อสเปก Server ของ ERP อย่างไร
- ต้นทุน License ของ ERP และผลต่อการขยายผู้ใช้งาน
- สรุป
ช่วงนี้เห็นหลายบริษัทเริ่มสนใจระบบ ERP มากขึ้น เพราะช่วยรวมงานหลายส่วนไว้ในระบบเดียว ทั้งบัญชี สต๊อก การขาย หรือการบริหารงานในองค์กร ใครที่ยังไม่คุ้นกับระบบ ERP อาจลองอ่านพื้นฐานก่อน เช่น ระบบ ERP คืออะไร ?หรือศึกษาระบบยอดนิยมอย่าง Odoo รวมถึงในเรื่องของ Server เมื่อเราปูพื้นฐานกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาดูกันเลยว่า การจะติดตั้ง ERP สักตัวในองค์กร ควรจะใช้สเปกแบบไหนดี
เปรียบเทียบสเปก Server ที่เหมาะสมระหว่าง Odoo กับ SAP
หลังจากเริ่มศึกษาระบบ ERP แล้ว หนึ่งในคำถามที่หลายบริษัทสงสัยเหมือนกันคือ ถ้าจะติดตั้งระบบ ERP ต้องใช้ Server แรงแค่ไหน เพราะเรื่อง Hardware และ Infrastructure ก็เป็นต้นทุนที่ต้องวางแผนเหมือนกัน โดยเฉพาะบริษัทที่มีผู้ใช้งานหลายสิบคน บทความนี้เลยอยากแชร์ข้อมูลคร่าว ๆ ของ Odoo (Self-host) กับ SAP Business One ว่าปกติแล้วระบบเหล่านี้ต้องใช้สเปกประมาณไหนค่ะ

ถ้าเป็นองค์กรที่มีผู้ใช้งานประมาณ 50 Active Users สเปกที่มักใช้กันจะประมาณนี้
| รายการ | Odoo (Self-host) | SAP Business One |
|---|---|---|
| CPU | 6–8 Core | 12–24 Core |
| RAM | 16–32 GB | 64–256 GB |
| Storage | SSD / NVMe 200 GB+ | SSD / NVMe 1–3 TB |
| Database | PostgreSQL | SQL Server หรือ SAP HANA |
| OS | Linux (Ubuntu) | Windows Server |
| Server Type | 1–2 VM ก็เพียงพอ | มักใช้ 2–3 Server |
จากตารางจะเห็นว่าระบบ Odoo ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า SAP Business One ค่อนข้างชัด ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น CPU, RAM หรือ Storage โดยรวมแล้ว Hardware ที่ใช้กับ Odoo มักจะประหยัดกว่าประมาณ 2–4 เท่า ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง นอกจากนี้ Odoo ยังนิยมติดตั้งบน Linux เช่น Ubuntu ซึ่งใช้ทรัพยากรระบบน้อยกว่า Windows Server ทำให้เครื่องสามารถประมวลผลได้ลื่นขึ้นในหลายกรณี
จำนวนผู้ใช้มีผลต่อสเปก Server ของ ERP อย่างไร
อีกมุมที่น่าสนใจคือเรื่อง การใช้ Resource ต่อผู้ใช้งาน (Resource per User) เพราะถ้าบริษัทมีแผนจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ในอนาคต เรื่องนี้จะมีผลกับการวางแผน Hardware มาก
| ERP | RAM ต่อ User | CPU Load | Database Load |
|---|---|---|---|
| Odoo | ~0.3 GB | Medium | Medium |
| SAP Business One | ~1.25 GB | High | High |
จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า Odoo ใช้ RAM ต่อผู้ใช้งานน้อยกว่า SAP Business One ประมาณ 4 เท่า ซึ่งหมายความว่าถ้าบริษัทต้องเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในอนาคต Server ที่ใช้กับ SAP Business One อาจต้องเพิ่มสเปกค่อนข้างมากเพื่อรองรับการทำงานของระบบ
ต้นทุน License ของ ERP และผลต่อการขยายผู้ใช้งาน
อีกประเด็นหนึ่งที่หลายองค์กรนำมาพิจารณาเมื่อเลือกใช้ระบบ ERP คือ ค่า License ต่อผู้ใช้งาน (User License) เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีผลโดยตรงต่อการใช้งานระบบในระยะยาว โดยเฉพาะองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมาก หรือมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในอนาคต
ระบบ ERP หลายระบบมักมีรูปแบบการคิดค่า License ตามจำนวนผู้ใช้งาน เช่น ต้องซื้อ License เพิ่มทุกครั้งที่มีการเพิ่ม User เข้าไปในระบบ ซึ่งทำให้ต้นทุนรวมของระบบอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงานที่ใช้งานจริง ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ERP บริษัทควรประเมินจำนวนผู้ใช้งานทั้งในปัจจุบัน และจำนวนที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อให้สามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างเหมาะสม
ในกรณีของ Odoo Community Edition (CE) จะไม่มีค่า License ต่อผู้ใช้งาน ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มผู้ใช้งานในระบบได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก หรือมีหลายแผนกที่ต้องเข้ามาใช้งานระบบร่วมกัน เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย ฝ่ายสต๊อกสินค้า หรือฝ่ายบริหาร
ในทางกลับกัน ระบบ ERP บางตัว เช่น SAP Business One มักมีการคิดค่า License ตามจำนวนผู้ใช้งาน ซึ่งหมายความว่าเมื่อบริษัทต้องการเพิ่มพนักงานให้เข้าใช้งานระบบ ก็จำเป็นต้องซื้อ License เพิ่มตามไปด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมของระบบอาจเพิ่มขึ้นตามขนาดขององค์กร
อย่างไรก็ตาม การเลือกระบบ ERP ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า License เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความสามารถของระบบในการรองรับกระบวนการทำงานของธุรกิจ ความยืดหยุ่นของระบบ การรองรับการขยายตัวขององค์กร รวมถึงต้นทุนด้าน Hardware และ Infrastructure ที่ต้องใช้ในการติดตั้งระบบ
ดังนั้นก่อนเลือกใช้ ERP ระบบใดระบบหนึ่ง ควรเปรียบเทียบทั้ง ฟีเจอร์ของระบบ ค่าใช้จ่ายระยะยาว และทรัพยากรที่ต้องใช้ในการติดตั้งระบบ เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมกับขนาดและรูปแบบการดำเนินงานขององค์กรที่สุด
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้ามองในมุมของ ต้นทุน Hardware และการใช้ทรัพยากรเครื่อง ระบบ Odoo จะค่อนข้างประหยัดกว่า ขณะที่ SAP Business One จะออกแบบมาเพื่อรองรับงานระดับ Enterprise ที่ต้องใช้ทรัพยากรเครื่องสูงกว่า ดังนั้นองค์กรที่กำลังวางแผนติดตั้งระบบ OpenERP ควรพิจารณาทั้งเรื่อง งบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) จำนวนผู้ใช้งานในปัจจุบัน และแผนการขยายระบบในอนาคตด้วย
บทความโดย : บริษัท เอ็ม.ดี.ซอฟต์ จำกัด
บริการพัฒนา Module OpenERP บริการติดตั้งระบบ OpenERP บริการ Implement ระบบ ERP ด้วย Odoo







